แมนฯ ซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ลุ้นสร้างประวัติศาสตร์คว้าชัยที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค มากที่สุดในการดวลนิวคาสเซิ่ล
แฟนบอลเตรียมจับตาอีกหนึ่งเกมใหญ่ประจำสัปดาห์ เมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าเตรียมยกพลบุกเยือนรัง เซนต์ เจมส์ พาร์ค ของ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์นี้ ไม่ใช่แค่สามแต้มที่สำคัญต่อเส้นทางลุ้นแชมป์เท่านั้น แต่ยังมี “สถิติพิเศษ” ให้เรือใบสีฟ้าลุ้นทำลายด้วย
ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังอยู่ในจังหวะมั่นใจสุดขีด จากผลงาน ชนะ 7 จาก 8 เกมหลังสุดทุกรายการ พร้อมฟอร์มสุดดุในเกมล่าสุดที่เปิดเอติฮัดถล่ม ลิเวอร์พูล ขาดลอย 3-0 ก่อนพักเบรกทีมชาติ ผลงานแบบนี้ทำให้บรรดาคอบอลที่ชอบทั้งเชียร์และลุ้นราคาต่อรอง ต่างหันไปเช็กเรตกันคึกคักบนเว็บสายกีฬาและคาสิโนชั้นนำอย่าง ยูฟ่าเบท ที่มักอัปเดตราคาบอลพรีเมียร์ลีกแบบสด ๆ ให้เทียบสถิติก่อนตัดสินใจเดิมพันกันแบบเรียลไทม์
ลุ้นสร้างสถิติเจ้าพ่อเซนต์ เจมส์ พาร์ค
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดเกมนี้คือ หาก แมนฯ ซิตี้ บุกชนะนิวคาสเซิ่ลได้อีกครั้ง นั่นจะทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่คว้าชัยที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค มากที่สุดในยุคพรีเมียร์ลีก ทันที
ตั้งแต่ฤดูกาล 1992/93 ที่เปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ลีก เรือใบสีฟ้าบุกมาคว้าชัยที่บ้านสาลิกาดงมาแล้วถึง 12 ครั้ง และถ้าบวกเพิ่มเป็นนัดที่ 13 ในสุดสัปดาห์นี้ได้ ก็จะเป็นสนามที่แมนฯ ซิตี้บุกมาเก็บสามแต้มได้บ่อยที่สุดเหนือทุกสังเวียนแข้งในลีกอังกฤษ
เมื่อย้อนดูสถิติการพบกันยิ่งเห็นภาพชัด –
-
จาก 35 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ที่ทั้งสองทีมเจอกัน
-
แมนฯ ซิตี้ แพ้ให้ นิวคาสเซิ่ล แค่ 1 นัดเท่านั้น
-
ส่วนที่เหลือคือ ชนะถึง 28 นัด และเสมอ 6 นัด
ตัวเลขแบบนี้อธิบายได้ดีว่าทำไมทุกครั้งที่สองทีมโคจรมาพบกัน แฟนบอลจำนวนไม่น้อยถึงมองว่าเป็นเกมที่ “เรือใบถือไพ่เหนือกว่า” ไม่ว่าจะในมุมของผลงานในสนาม หรือภาพรวมของราคาในตลาดแฮนดิแคปก็ตาม
คู่ที่เจอกันทีไร มีประตูให้ลุ้นตลอด
อีกหนึ่งจุดเด่นของคู่ นิวคาสเซิ่ล – แมนฯ ซิตี้ คือเป็นแมตช์ที่แทบไม่มีคำว่าจืดชืดในแง่จำนวนประตู เพราะสถิติระบุว่า การเจอกันของทั้งสองทีมในพรีเมียร์ลีกมีประตูเกิดขึ้นทุกนัด ติดต่อกันมาแล้ว 33 เกม
หมายความว่า แฟนบอลที่ชอบดูเกมเปิดแลก หรือสายวิเคราะห์สกอร์สูงต่ำ มักจะไม่พลาดเกมคู่นี้ เพราะโอกาสมีประตูทั้งจากเกมรุกดุดันของซิตี้ และการสวนกลับรุนแรงของสาลิกาดง ถือว่าเป็นของคู่กันไปแล้ว
สถิตินี้ถือว่ายาวนานมาก แต่ยังไม่ใช่อันดับ 1 เพราะยังมีอีก 3 คู่ที่ยิงใส่กันต่อเนื่องยาวนานกว่า คือ
-
เชลซี พบ นิวคาสเซิ่ล – ยิงกันต่อเนื่อง 37 เกม
-
สเปอร์ส พบ นิวคาสเซิ่ล – ยิงกันต่อเนื่อง 35 เกม
-
เอฟเวอร์ตัน พบ แบล็คเบิร์น – ยิงกันต่อเนื่อง 34 เกม
อย่างไรก็ตาม การที่คู่ของนิวคาสเซิ่ลกับแมนฯ ซิตี้ยิงกันยาว ๆ แบบนี้ ทำให้เกมล่าสุดที่กำลังจะมาถึง ถูกจับตาทั้งในมุมของสถิติประตู และในมุมของการวิเคราะห์แนวทางการเล่น ว่าซิตี้จะมาเน้นคุมเกมแน่น ๆ หรือเปิดลุยหวังปิดจ๊อบตั้งแต่ต้นเกม
หากใครอยากอ่านต่อในเชิงลึก ตั้งแต่รูปแบบการเพรสซิ่งของซิตี้ การยืนบล็อกเกมรับของนิวคาสเซิ่ล ไปจนถึงการอ่านเทรนด์ราคาบอลก่อนเตะ สามารถตามดูบทความวิเคราะห์เพิ่มเติมได้จากเว็บเชิงวิเคราะห์สายกีฬาอย่าง imiobc ที่มักนำข้อมูลสถิติ เจาะแท็กติก และเชื่อมโยงกับมุมมองการลงทุนในเกมลูกหนังมาเรียบเรียงให้เข้าใจง่าย
เกมสำคัญทั้งในสนามและบนหน้ากระดานสถิติ
สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และลูกทีม เกมนี้ไม่ได้เป็นเพียงการทดสอบความแกร่งหลังจากเบรกทีมชาติ แต่ยังเป็นโอกาสในการส่งสารถึงคู่แข่งลุ้นแชมป์ทีมอื่นว่า แมนฯ ซิตี้ ยังเดินหน้าเต็มกำลัง และพร้อมสร้าง “คำว่ามาตรฐานใหม่” ทั้งในแง่ผลงานและสถิติ
ในมุมของนิวคาสเซิ่ลเอง การได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค ไม่เคยเป็นงานง่ายสำหรับทีมเยือน ถึงสถิติจะเทไปทางเรือใบสีฟ้าก็ตาม แต่ความดุดันของสาลิกาดงในบ้าน รวมถึงแรงกระตุ้นที่จะหยุดสถิติสวยหรูของแชมป์เก่า อาจทำให้เกมนี้กลายเป็นอีกหนึ่งบิ๊กแมตช์ที่เต็มไปด้วยดราม่า
ไม่ว่าเกมนี้จะจบลงด้วยผลสกอร์แบบไหน หนึ่งอย่างที่แฟนบอลมั่นใจได้คือ จะมีทั้งเรื่องราวในสนามให้พูดถึง และตัวเลขในหน้าประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกที่ถูกอัปเดตเพิ่มเติมแน่นอน
เครดิตข่าวจาก : www.thsport.live